AI ที่ทำงานแทนคุณได้จริง ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม – รู้จัก IBM Watsonx Orchestrate

 

เมื่อพูดถึง AI หลายคนคงนึกถึงหน้าต่างแชท บนหน้าเว็บ ที่มีหน้าที่ตอบคำถาม, หาข้อมูล, สรุปเนื้อหา หรือสร้างข้อมูลบางอย่างให้ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย นั่นไม่ใช่ AI ที่เราจะพูดถึงในบทความนี้ สิ่งที่กำลังเปลี่ยนโฉมองค์กรทั่วโลกในตอนนี้คือ Agentic AI ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้แค่ “บอก” ว่าต้องทำอะไร แต่ “ลงมือทำ” ให้คุณได้เลย และหนึ่งในแพลตฟอร์มที่จะมาช่วยจัดการเรื่องนี้ คือ IBM Watsonx Orchestrate

คุณเปิดคอมตอน 9 โมงเช้า มี inbox อีเมลรออยู่หลายฉบับ มีรายงานที่ต้องส่งภายในบ่าย มีข้อมูลจาก Excel ที่ต้องไปลงในระบบ ERP อีกตัว มีฟอร์ม approval ที่รอหัวหน้าเซ็น และมีประชุมอีก 3 รอบระหว่างวัน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งของงานพวกนั้นเป็นงานที่ต้องทำซ้ำๆ ทุกอาทิตย์ โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของคุณ และไม่ใช่เฉพาะของบริษัท

ในองค์กรส่วนใหญ่ มีระบบซอฟต์แวร์ใช้งานอยู่หลายสิบตัว ทั้งระบบ HR, ระบบบัญชี, ระบบ CRM, ระบบ ticketing, อีเมล, MS Teams, Slack แต่ระบบเหล่านั้น ไม่ได้คุยกันโดยอัตโนมัติ คนจึงกลายเป็น “สะพาน” ที่คอยส่งข้อมูลจากระบบหนึ่งไปยังอีกระบบหนึ่งด้วยมือตัวเอง และ Chatbot รุ่นเก่าที่หลายองค์กรลงทุนไปก็ช่วยได้เพียงแค่ “ตอบคำถาม” เท่านั้น แต่ไม่สามารถ “ดำเนินการ” ใดๆ ได้ นี่คือปัญหาที่ IBM Watsonx Orchestrate ถูกสร้างมาเพื่อแก้โดยตรง

IBM Watsonx Orchestrate คือแพลตฟอร์ม AI Agent ระดับองค์กร ที่ช่วยให้องค์กรสร้าง “ผู้ช่วย AI” ที่ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่สามารถลงมือดำเนินงานในระบบจริงได้โดยอัตโนมัติ และถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบเดิมได้ทันที โดยไม่ต้อง re-platform หรือปรับเปลี่ยน architecture ขนาดใหญ่ ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ลองคิดถึงการมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดมาก รู้ว่าต้องทำอะไร รู้จะเข้าระบบไหน รู้จะดึงข้อมูลจากที่ไหน และดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ต้องให้ผู้ใช้งานดำเนินการทีละขั้นตอนด้วยตนเอง ทำงาน 24 ชั่วโมง รับงานได้พร้อมกันหลายร้อยเรื่องในเวลาเดียวกัน

 

1. AI Agent ที่สร้างได้ตามความต้องการ

Credit: https://www.ibm.com/products/watsonx-orchestrate

ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Agent Builder องค์กรสามารถสร้าง AI Agent สำหรับงานเฉพาะทางของทีมได้หน้าจอ user interface หรือ drag and drop workflow โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด ไม่ว่าจะเป็น Agent สำหรับฝ่าย HR, Procurement Finance, Legal, IT support, Customer Service และอื่นๆ – แต่ละตัวมีความเชี่ยวชาญและสามารถใช้เครื่องมือ (Tools) ที่แตกต่างกันได้

2. เชื่อมต่อระบบที่มีอยู่แล้วได้ทันที

Credit: https://www.ibm.com/products/watsonx-orchestrate

Watsonx Orchestrate มี pre-built connector สำหรับแอปพลิเคชันองค์กรยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น SAP, Salesforce, ServiceNow, Microsoft 365, Google Workspace, Workday และอื่นๆ อีกมากมาย หมายความว่า AI Agent ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่สามารถเข้าถึงและดำเนินงานในระบบที่องค์กรใช้อยู่แล้วได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยน infrastructure เดิม

3. Agent Catalog – คลัง AI Agent สำเร็จรูป

Credit: https://www.ibm.com/products/watsonx-orchestrate

IBM จัดเตรียม Agent Catalog ซึ่งเป็น AI Agent สำเร็จรูปที่สามารถหยิบมาใช้ได้ทันที เช่น ทักษะในการดึงข้อมูลจาก Salesforce, สร้างรายงาน, ส่งการแจ้งเตือน หรือจัดการ calendar ช่วยให้การ deploy ทำได้เร็วขึ้นอย่างมาก

4. Multi-Agent Orchestration – AI ทำงานเป็นทีม

Credit: https://www.ibm.com/products/watsonx-orchestrate

ลองนึกถึงวงดนตรีออร์เคสตราขนาดใหญ่ นักดนตรีแต่ละคนเก่งในเครื่องดนตรีของตัวเอง คนหนึ่งเล่นไวโอลิน อีกคนเล่นเชลโล อีกคนเป่าทรัมเป็ต แต่ถ้าทุกคนเล่นพร้อมกันโดยไม่มีผู้ควบคุมวง เสียงที่ได้ออกมาก็คือความวุ่นวาย ไม่ใช่ดนตรี โดย Watsonx Orchestrate ทำหน้าที่เหมือนวาทยากรของ AI Agent ทั้งทีม

ในองค์กรจริงๆ กระบวนการงานไม่ได้อยู่ในแผนกเดียว การอนุมัติสินเชื่อต้องผ่าน Risk, Finance, Legal และ Compliance การ launch ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องผ่าน Marketing, Procurement, Operations และ Finance งานเหล่านี้ต้องการคนหลายคน หลายทีม และหลายระบบทำงานประสานกันในลำดับที่ถูกต้อง ซึ่ง Watsonx Orchestrate รองรับการทำงานของ AI Agent หลายตัวพร้อมกัน โดยมี Orchestrator Agent ทำหน้าที่วาทยากร รู้ว่าต้องส่งงานชิ้นไหนให้ Agent ตัวไหน, ต้องรอผลจากใครก่อน, และเมื่อทุกส่วนพร้อมแล้วจะประกอบผลลัพธ์อย่างไร ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยที่พนักงานไม่ต้องนั่งประสานงานด้วยตัวเอง ผลลัพธ์คือกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งปกติต้องใช้หลายคนหลายวัน สามารถเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

 

กรณีที่ 1: ฝ่าย HR – ลดระยะเวลา Onboarding อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาเดิม: เมื่อพนักงานใหม่เข้างาน HR ต้องประสานงานกับอีก 5-6 ฝ่าย  ไม่ว่าจะเป็น IT (ขอ account), Admin (จัดหาอุปกรณ์), ผู้จัดการ (นัดพบ), Training (จัด orientation), Finance (ตั้งค่าเงินเดือน) กระบวนการนี้กินเวลาเป็นวัน และอาจเกิดข้อผิดพลาดจากการสื่อสารได้

Watsonx Orchestrate: HR เพียงแค่ป้อนชื่อและข้อมูลพื้นฐานของพนักงานใหม่ผ่านช่องสนทนา AI Agent จะดำเนินการทุกขั้นตอนโดยอัตโนมัติ สร้าง account ในระบบ IT, ส่งคำสั่งซื้ออุปกรณ์, นัดหมายในปฏิทินของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง, ส่ง welcome email พร้อมลิงก์และข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

กรณีที่ 2: ฝ่าย Finance – ปิดบัญชีที่เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น

ปัญหาเดิม: ทุกสิ้นเดือน ทีม Finance ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น ERP, Spreadsheet, ระบบ procurement และรายงานจากแต่ละแผนก นำมาตรวจสอบ กระทบยอด และสร้างรายงาน กระบวนการนี้ใช้เวลา  หลายวันและเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดจากการก๊อปข้อมูลด้วยมือ

Watsonx Orchestrate: AI Agent ดึงข้อมูลจากทุกระบบที่กำหนดไว้อัตโนมัติ ตรวจสอบความถูกต้อง สรุปยอด และสร้างรายงานสรุปพร้อมส่งให้ผู้บริหารในรูปแบบที่อ่านง่าย หากพบความผิดปกติหรือตัวเลขที่ไม่ตรงกัน AI จะ flag ให้ทีม Finance ตรวจสอบเฉพาะจุดนั้น แทนที่จะต้องไล่เช็กทุกตัวเลขด้วยตัวเอง

กรณีที่ 3: Customer Service – ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

ปัญหาเดิม: เจ้าหน้าที่ต้องเปิดหลายหน้าจอพร้อมกัน ดึงข้อมูลลูกค้าจาก CRM, ดูประวัติการสั่งซื้อจากระบบ ERP, เช็คสถานะจาก ticketing system  ทั้งหมดนี้ขณะที่ลูกค้าถือสายรอหรือรออยู่หน้าร้าน ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อลูกค้าได้

Watsonx Orchestrate: AI Agent ทำหน้าที่เหมือนหลังบ้านอัจฉริยะ ที่ดึงข้อมูลทุกอย่างมาแสดงในที่เดียวให้เจ้าหน้าที่ทันที พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของลูกค้าคนนั้นโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาน้อยลงในการหาข้อมูล และมีเวลามากขึ้นในการดูแลลูกค้า

 

เมื่อพูดถึง ROI ของ Agentic AI หลายคนมักนึกถึงแค่ตัวเลขเวลาที่ประหยัดได้ แต่ผลกระทบที่แท้จริงนั้นลึกกว่านั้นมาก

  • Capacity ที่ได้คืน – เมื่อพนักงานไม่ต้องเสียเวลากับงาน routine พวกเขามีพลังงานและสมาธิเหลือสำหรับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์, การวางกลยุทธ์, การตัดสินใจ และการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้
  • Accuracy ที่เพิ่มขึ้น – ข้อผิดพลาดจากการก๊อปข้อมูลด้วยมือ, การลืมส่งอีเมล, หรือการข้ามขั้นตอน human error ลดลงเมื่อ AI เป็นผู้ดำเนินการ
  • Scalability ที่ไม่มีขีดจำกัด – เมื่อธุรกิจเติบโต ปริมาณงาน admin ก็เพิ่มขึ้นตาม แต่ด้วย AI Agent องค์กรสามารถ scale การทำงานได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน
  • Employee Experience ที่ดีขึ้น – พนักงานที่ไม่ต้องทำงานน่าเบื่อซ้ำๆ มีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น ส่งผลต่อ retention rate และคุณภาพงานโดยรวม

 

เราอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำถามขององค์กรคือ “เราควรใช้ AI ไหม?” แต่วันนี้คำถามได้เปลี่ยนเป็น “เราจะใช้ AI ให้ได้ผลจริง ปลอดภัยจริง และควบคุมได้จริงอย่างไร?” เพราะสำหรับองค์กรในโลกความเป็นจริง ความสามารถของ AI เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ AI ต้องทำงานอยู่ภายใต้กรอบการควบคุมขององค์กรและยังสามารถตอบโจทย์ปัญหาธุรกิจจริงๆได้ IBM watsonx Orchestrate จึงไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มตามกระแส Agentic AI แต่เป็นคำตอบต่อโจทย์ธุรกิจจริง ว่าองค์กรจะนำ AI Agent มาใช้งานให้เกิดผลลัพธ์ได้อย่างไร โดยไม่ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านข้อมูล ความปลอดภัย รูปแบบการติดตั้งหรือการสูญเสียการควบคุม ด้วยแนวคิดที่ว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือ สมาชิกใหม่ของทีม ที่ทำงานร่วมกับคนได้อย่างราบรื่น

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกอย่างพร้อม 100% ก่อน ยิ่งองค์กรเริ่มเรียนรู้และทดลองใช้ Agentic AI เร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้นเท่านั้น เพราะในที่สุดแล้ว ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีเทคโนโลยีใหม่กว่า แต่อยู่ที่ว่าใคร นำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าได้จริงก่อนกัน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

โทร 02 311 6881 #7156,7158 หรือ email cu_mkt@cu.co.th

เขียนบทความโดย  คุณพลวัตร หงษ์เกิด

Presales Software Specialist

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด